วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2554

งานวิจัย

การออกแบบป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์มหาวิทยลัยราชภัฎจันทรเกษม


แผ่นป้ายโฆษณา
แผ่นป้ายโฆษณา หรือ โปสเตอร์ (Poster) เป็นสื่อที่มีบทบาทอย่างมากในการประชาสัมพันธ์เพราะสื่อประเภทนี้สามารถเผยแพร่ได้สะดวกและกว้างขวาง สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทุกพื้นที่สื่อสารกับผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย ทุกระดับการศึกษา มีความยืดหยุ่นในตัวของสื่อได้เป็นอย่างดี ในด้านการออกแบบ สามารถสร้างสรรค์รูปแบบภาพประกอบ ตลอดจนแนวทางทางการออกแบบกราฟิกได้อย่างอิสระและสวยงาม เร้าใจ หรือการโน้มน้าวความรู้สึกได้เป็นอย่างดี

ลักษณะของแผ่นป้ายโฆษณาจะสามารถนำเสนอข้อมูลรายละเอียดได้มากพอสมควร ผลิตง่าย ใช้สะดวก จึงเป็นที่นิยมตลอดมา ในเบื้องต้นมีการกำหนดลักษณะกว้าง ๆ ของการออกแบบแผ่นป้ายโฆษณาว่า จะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบ 4 อย่างด้วยกัน คือ
1. ต้องเป็นแผ่นเดียว สามารถปะติดลงบนพื้นผิวก็ได้
2. ต้องมีข้อความประกอบเสมอ
3. ต้องปิดไว้ในที่สาธารณะ
4. ต้องผลิตขึ้นเป็นจำนวนมากได้
พัฒนาการทางการออกแบบแผ่นป้ายโฆษณาเป็นไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้ทิศทางการสร้างสรรค์มีความโดดเด่น เร้าใจได้มากยิ่งขึ้น ขอบเขตของการจัดหรือการออกแบบสร้างสรรค์ไม่มีจำกัด การวางแผนการผลิตจึงเป็นไปอย่างคล่องตัว แนวคิดใหม่ ๆ เกี่ยวกับการผลิตจึงเน้นเรื่องความแปลกตา สวยงามมากยิ่งขึ้น บางครั้งรูปแบบที่ปรากฏอาจมีเพียงภาพ คำหรือข้อความอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ลักษณะที่ท้าทายเช่นที่กล่าวมานี้เอง ทำให้นักออกแบบมีความเพลิดเพลินกับการคิด และการกำหนดแบบงานใหม่ ๆ เสมอ ไม่ว่าจะกำหนดให้แปลกอย่างใด หรือพลิกแพลงแบบไหน การออกแบบควรคำนึงถึงหลักพื้นฐานที่จะให้สื่อนั้นแสดงบทบาทอย่างเต็มที่ โดยสื่อโฆษณาประเภทแผ่นป้ายโฆษณาที่ดีควรจะสนองแนวคิดหลัก 5 ประการ ได้แก่
1. จะต้องตอบสนองจุดประสงค์ในการสื่อความหมายได้อย่างเต็มที่
2. จะต้องมีความชัดเจนในภาพลักษณ์ และข้อความที่ใช้ในการสื่อความหมายจะต้องมีความกระจ่าง มีขนาดพอเหมาะกัน
3. รูปภาพและข้อความที่นำเสนอควรให้มีความสอดคล้องสัมพันธ์และส่งเสริมซึ่งกันและกัน
4. จะต้องสามารถเข้าใจ ดึงดูดความสนใจกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด
5. ต้องมีความกะทัดรัด และแสดงแนวคิดหลักเพียงอย่างเดียว


การกำหนดขนาด ผู้ออกแบบจะมีแนวทางในการกำหนดเรื่องของขนาดได้หลายวิธี หลายขนาด เช่น ขนาด
เล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการโฆษณา โดยทั่วไปการกำหนดขนาดในบ้านเราจะมีอยู่ 2 ขนาดได้แก่
1. ขนาด 31” x 43’’ และ 24’’ x 35’’ ซึ่งถ้าแบ่งเป็นขนาดเล็กลงสำหรับทำแผ่นโปสเตอร์ ก็จะได้ขนาดเป็น 15 ½’’ x 21 ½’’ หรือ 24’’ x 17 ½’’
2. ขนาด 10” x 21” หรือ 24’’ x 11½’’ หรือ 8” x 7 ½’’
การกำหนดขนาดจากการแบ่งกระดาษแผ่นใหญ่ จะทำให้กระดาษไม่เหลือเศษ กล่าวได้ว่าเป็นการใช้เนื้อที่ของกระดาษอย่างเต็มที่ นอกจากวิธีการกำหนดจากขนาดของกระดาษแล้ว ก็ต้องพิจารณาถึงความสะดวกในการนำไปใช้ด้วย


การกำหนดรูปภาพประกอบรูปภาพประกอบในสื่อ ได้แก่ รูปภาพจากการถ่ายภาพ จากการวาดเขียน ระบายสี จากลวดลายต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบการออกแบบในงาน แนวคิดในการออกแบบภาพก็คือ การกำหนดขนาดของภาพ กำหนดเรื่องราวของภาพ กำหนดรูปแบบของภาพ เทคนิคในการสร้างสรรค์ภาพ โครงสีในภาพ ความสวยงาม ความคมชัด การกำหนดขนาดตำแหน่งของภาพที่เหมาะสม เด่นชัด เนื้อหาต้องสอดคล้องกับข้อความ การวางตำแหน่งภาพที่ดีจะทำให้ชวนมองเน้นการสร้างจุดสนใจได้ดี นักออกแบบอาจกำหนดจุดสนใจได้หลายลักษณะ วิธีที่ง่ายที่สุดคือ ไว้ตรงกลางภาพ หรือที่เรียกว่าบริเวณจุดศูนย์กลางความสนใจในการมอง (Optical Center)


การกำหนดตัวอักษรตัวอักษรหรือข้อความหัวเรื่อง จะเป็นตัวบรรยายข้อมูลสาระให้รับรู้การกำหนดตัวอักษรจึงต้องเน้นหนักที่ขนาดของตัวอักษร รูปแบบ และการกำหนดโครงสีบนตัวอักษรทั้งหมด
1. ขนาดของตัวอักษร
ตัวอักษรที่ปรากฏในงานออกแบบแผ่นป้ายโฆษณาโดยทั่วไปมี 3 ขนาด คือ ขนาดใหญ่ สำหรับข้อความพาดหัว (Heading) ขนาดกลางสำหรับข้อความพาดรองหัว (Sub Heading) และขนาดเล็กสำหรับข้อความรายละเอียดที่เสนอสาระข้อมูล (Copy)
การกำหนดขนาดนั้นจะไม่แน่นอน จะขึ้นอยู่กับงานแต่ละชิ้นที่ทำการออกแบบ แต่มีหลักการง่าย ๆ คือ ไม่ว่าจะเป็นขนาดใดต้องอ่านได้ชัดเจน ซึ่งผู้ออกแบบต้องพิจารณาขนาดสัดส่วนของตัวอักษรที่สัมพันธ์กันกับระยะห่างระหว่างสายตากับสิ่งที่มองเห็น โดยปกติขนาดมาตรฐานของตัวอักษรที่ระยะห่างจากสายตา 20 นิ้ว ควรมีขนาดสูงประมาณ 1/8 นิ้ว และถ้าหากเพิ่มระยะห่างระหว่างสายตากับสิ่งที่มองเห็นทุกระยะ 5 นิ้ว ควรเพิ่มขนาดตัวอักษร 1/8 นิ้ว ทุกช่วงระยะห่างที่เพิ่มขึ้น นอกจากความสัมพันธ์นี้แล้วควรพิจารณาเรื่องกำหนดระยะห่างระหว่างตัวอักษร และระยะห่างระหว่างบรรทัด ตลอดจนตัวอักษรและอายุของผู้ดูด้วย
2. รูปแบบตัวอักษร
การสร้างสรรค์รูปแบบตัวอักษรให้สวยงาม แปลกตา และสอดคล้องกับลักษณะข้อความ มีความชัดเจน ทำให้เกิดความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เทคนิคการออกแบบและตกแต่งตัวอักษรให้สวยงาม จะเป็นแรงบันดาลใจให้อยากรู้ อยากดู อยากเห็น มากกว่ารูปแบบอักษรธรรมดา การสร้างรูปแบบตัวอักษรทำได้ 2 ทางคือ การจินตนาการรูปแบบใหม่สำหรับงานนั้น ๆ โดยเฉพาะกับการเลือกใช้อักษรสำเร็จที่ออกแบบไว้เป็นมาตรฐานทั่วไป การใช้อย่างไรจึงต้องคำนึงถึงความสอดคล้องกับแนวการออกแบบสื่อชิ้นนั้น ๆ ด้วย
3. สีของตัวอักษร
การกำหนดเกี่ยวกับเรื่องสี เพื่อที่จะเน้นข้อความให้เด่นชัดขึ้น สวยงามขึ้น ในการกำหนดสีให้ยึดหลัก 3 ประการ คือ
• ค่าน้ำหนักของสี (Tone of Color) สีของตัวอักษรควรมีค่าน้ำหนักที่ตัดกันกับสีพื้น
และควรเป็นสีที่แย้งกันกับสีพื้นให้มากที่สุด การตัดกันมากทำให้มีความเด่นชัดของตัวอักษรมาก สีใกล้เคียงกันทำให้ความชัดเจนลดลงและอ่านยากขึ้น วิธีการง่าย ๆ คือใช้วงล้อสีธรรมชาติ โดยใช้สีที่อยู่ตรงกันข้ามกันของวงล้อสี ก็จะช่วยให้ตัวอักษรเด่นชัดขึ้น
• สีของตัวอักษรต้องไม่ใช้หลายสีจนเกินไป ภายใน 1 หน้ากระดาษ ข้อความ
เดียวกัน ควรใช้สีเดียวกัน และไม่ควรใช้สีตัดกัน ระหว่างสีพื้นกับสีของตัวอักษรเพราะจะทำให้ลายตา
• ควรใช้สีให้เหมาะสมกับคำหรือข้อความนั้น ๆ เช่น ข้อความที่เน้นความเร่าร้อน
ตื่นเต้น อาจใช้สีแดง สีส้ม ข้อความที่กล่าวถึงความสงบ นิ่ง ความเย็น อาจใช้สีเหลือง สีเขียว สีฟ้า หรือสีน้ำเงิน